เพิ่มเปอร์เซ็นน้ำยาง เพิ่ม CCS อ้อย ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สูตร 5-3-14 (เพอร์เฟค-พี)

ใหม่

ระเบิดหัวมันสำปะหลัง เร่งมันสำปะหลังให้ลงหัว เร่งน้ำยายางพารา เร่ง CCS หรือเร่งความหวานในอ้อย เร่งผลผลิต เร่งผลให้โต สำหรับผลไม้ และเหมาะสำหรับพืชออกผลทุกชนิด

รายละเอียดเพิ่มเติม

0 ฿

โปรดอ่าน!
การสั่งซื้อผ่านระบบ FarmKaset.NET นี้ ลูกค้าต้องชำระเงินค่าสินค้าก่อน จึงมีการจัดส่งให้กับลูกค้า
ข้อดี : ได้รับสินค้าเร็วไม่เกิน 3 วัน สำหรับการส่งแบบ EMS 7 วัน สำหรับการจัดส่งแบบธรรมดา
ข้อเสีย : ต้องชำระเงินก่อนจัดส่งสินค้า ซึ่งบางท่านอาจไม่สะดวก

หากต้องการชำระเงินปลายทาง ตอนรับสินค้า
กรุณาทำรายการสั่งซื้อ สินค้า FK ผ่านเว็บ Lazada.co.th คลิกที่นี่ จะแสดงสินค้าของเรา บนเว็บลาซาด้า
ข้อดี : ชำระเงินปลายทาง ขณะรับสินค้า
ข้อเสีย : อาจได้รับสินค้าช้าไปบ้าง ในบางครั้ง

Add to wishlist

รายละเอียดเพิ่มเติม

ปุ๋ยเม็ดสกัด เพอร์เฟค-พี

อินทรีย์เคมี สูตร 5-3-14 + OM 10% + Si : (ตรานกอินทรีคู่) กระสอบสีม่วง

ขั้นต่ำในการจัดส่งคือ 1 ตัน หรือสามารถรวมกันสินค้าชนิดอื่นๆให้ครบ 1 ตันก็ได้เช่นกัน

ดาวน์โหลดโบรชัวร์ : เพอร์เฟค-พี

คุณสมบัติพิเศษของ เพอร์เฟค-พี ?

- ค่า OM ที่ย่อมาจาก Organic Matter คือปริมาณอินทรียวัตถุ ที่มีความจำเป็นต่อการปรับโครงสร้างทางกายภาพของดิน
- มีซิลิกา [Si] ช่วยสร้างความแข็งแรงต่อผนังเซลล์ของพืช จึงเพิ่มการต้านทานโรคและแมลง
- มีจุลินทรีย์ในกลุ่ม Azospirillum sp. และ Serratia sp. จะตรึงไนโตรเจนในอากาศมาใช้สำหรับข้าว ช่วยส่งเสริมการสร้างไนโตเจน
- มีกรดอะมิโน ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อของพืช ช่วยให้พืชโตเร็ว

เพอร์เฟค-พี 5-3-14 + 10% Organic Matter + ซิลิกา [Si]

เป็นผลิตภัณท์ที่พัฒนาขึ้น ด้วยนวัตกรรมอันทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเคลื่นย้าย สะสมแป้งและน้ำตาลของพืชในระยะสร้างผล ช่วยส่งเสริมการสร้างเนื้อเยื่อของพืช ป้องกันผลร่วง ผลแตก ช่วยขยายขนาดของผล เพิ่มความหวาน เพิ่มคุณภาพผลผลิต พร้อมด้วยธาตุอาหารที่ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ หรือความเขียวในพืช ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสังเคราห์แสงและสร้างพลังงาน เพื่อให้ต้นไม่โทรม อีกทั้งยังปรับโครงสร้างทางกายภาพของดิน ด้วยอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วมซุย เพิ่มการดูดซึมและการอุ้มน้ำ เพิ่มการดูดซับประจุธาตุอาหารของดิน

เหมาะสำหรับ

ระเบิดหัวมันสำปะหลัง เร่งมันสำปะหลังให้ลงหัว เร่งน้ำยายางพารา เร่ง CCS หรือเร่งความหวานในอ้อย เร่งผลผลิต เร่งผลให้โต สำหรับผลไม้ และเหมาะสำหรับพืชออกผลทุกชนิด

กรดอะมิโน

มีกรดอะมิโนที่จำเป็นมากกว่า 18 ชนิด เช่น ทริปโตแฟน กรดกลูตามิค มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการสร้างและพัฒนาเนื้อเยื้อพืช การสังเคราะห์คลอโรฟิลด์ และการสร้างฮอร์โมนออกซิน ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

ธาตุไนโตรเจน

เพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อพืช การแตกกอ แตกกิ่ง สร้างใบ เพิ่มความเขียวให้กับใบ เร่งการเจริญเติบโตทางลำต้นมากยิ่งขึ้น

ธาตุซิลิกา

เป็นธาตุอาหารที่มีความจำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงให้กับผนังเซลล์ของพืช ทำให้ลำต้นและใบของพืชมีความหนาและแข็งขึ้น ป้องกันโรคและแมลงเข้าทำลาย

จุลินทรีย์

จุลินทรีย์ในกลุ่ม Azospirillum sp. และ Serratia sp. มีบทบาทในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้สำหรับข้าวโดยเฉพาะ ช่วยส่งเสริมการสร้างไนโตรเจนในระยะหมดไนโตรเจนจากปุ๋ยทางดิน

 

 

ทำความเข้าใจกับ การปลดปล่อยธาตุอาหาร ของปุ๋ยสามชนิด

จากกราฟ แสดงให้เห็น
เส้นสีแดง เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยเคมี
เส้นสีเขียว เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยเม็ดตระกูลเพอร์เฟค
เส้นสีน้ำเงิน เป็นประสิทธิภาพการปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป

ให้เราลองพิจารณากราฟเส้นสีแดง ของปุ๋ยเคมี จะเห็นได้ว่าเมื่อท่านได้ทำการใส่ปุ๋ยเคมีลงในพืช จะเห็นผลได้ชัดเจน ภายในช่วง 3-11 วัน จากนั้น พืชผักที่ได้รับปุ๋ยเคมี ก็จะได้รับธาตุอาหารน้อยลงไป ตามกราฟ ความเขียวจะลดลง หรือกลับสู่สภาพเดิม หลังจากสองสัปดาห์และต่อๆไป และสังเกตุได้ว่า ปีต่อๆไป ท่านต้องใส่ปุ๋ยเคมี ในปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

มาดูในส่วนของกราฟเส้นสีเขียว ของปุ๋ยอินทรีย์เคมีเม็ดสกัด ตระกูล เพอร์เฟค จากกราฟ แสดงให้เราเห็นว่า หลังจากใส่ปุ๋ย จะเห็นผลช้ากว่าปุ๋ยเคมี คือเริ่มเห็นผลชัดเจนเต็มที่ประมาณ 7 วันหลังจากใส่ แต่ช่วงที่ต้นไม้ ได้รับธาตุอาหารจะนานกว่า ไปจนถึงประมาณ สามถึงสี่สัปดาห์ ธาตุอาหารจึงค่อยลดลงไป แต่ลดลงไปไม่มากเท่าปุ๋ยเคมี เนืองจาก ปุ๋ยเม็ดสกัดวันเด้อร์ มีเทคโนโลยี 3T ที่นอกจากให้ธาตุอาหารแล้ว ยังมีการปรับปรุงจุลินทรีย์ และบำรุงดินด้วย

และสุดท้าย
กราฟเส้นสีน้ำเงิน ของปุ๋ยอินทรีย์ เป็นที่แน่นอน และทราบกันอยู่ทั่วไปว่า ปุ๋ยอินทรีย์จะเห็นผลได้ช้า หลังจากใส่แต่จะทำให้ดินดีขึ้นตลอด และในปีถัดไป ดินก็จะมีธาตุอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เหมาะกับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน



ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

ในจำนวนธาตุอาหารที่พืชจำเป็นต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตออกดอก ออกผล ซึ่งมีอยู่ 16 ธาตุนั้น มี 3 ธาตุ ที่พืชได้มาจากอากาศและน้ำ คือ คาร์บอน ( C) ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) ส่วนอีก 13 ธาตุนั้น พืชต้องดูดดึงขึ้นมาจากดิน ซึ่งธาตุเหล่านี้ได้มาจากการผุพงสลายตัวของส่วนที่เป็นอนินทรียวัตถุและอินทรียวัตถุหรือฮิวมัสในดิน สามารถแบ่งตามปริมาณที่พืชต้องการใช้ได้ เป็น 2 กลุ่มคือ มหธาตุ และจุลธาตุ

1. มหธาตุ (macronutrients)

มหธาตุหรือธาตุอาหารที่พืชต้องการใช้ในปริมาณมาก ที่ได้มาจากดินมีอยู่ 6 ธาตุ ได้แก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S) แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

ธาตุอาหารหลัก หรือ ธาตุปุ๋ย ได้แ่ก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) เนื่องจากสามธาตุนี้พืชต้องการใช้ในปริมาณมาก แต่มักจะได้รับจากดินไม่ค่อยเพียงพอกับความต้องการ ต้องช่วยเหลือโดยใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ

ธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S) เป็นกลุ่มที่พืชต้องการใช้ในปริมาณที่น้อยกว่า และไม่ค่อยมีปัญหาขาดแคลนในดินทั่วๆ ไปเหมือนสามธาตุแรก

2. จุลธาตุ หรือ ธาตุอาหารเสริม (micronutrients)

จุลธาตุหรือธาตุอาหารที่พืชต้องการใช้ในปริมาณน้อย มีอยู่ 7 ธาตุ ได้แก่ เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) โบรอน (B) โมลิบดินัม (Mo) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) และคลอรีน (Cl)

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นธาตุอาหารในกลุ่มมหธาตุหรือจุลธาตุ ต่างก็มีความสำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะความจริงแล้วธาตุทุกธาตุมีความสำคัญต่อการดำรงชีพของพืชเท่าๆ กัน จะต่างกันแต่เพียงปริมาณที่พืชต้องการเท่านั้น ดังนั้นพืชจึงขาดธาตุใดธาตุหนึ่งไม่ได้ หากพืชขาดธาตุอาหารแม้แต่เพียงธาตุเดียวพืชจะหยุดการเจริญเติบโต แคระแกร็น ไม่ให้ผลผลิตและตายในที่สุด

หน้าที่ของธาตุอาหารพืช

ธาตุอาหารพืชแต่ละชนิดมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชแตกต่างกันไป และถ้าพืชได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็จะแสดงอาการที่แตกต่างกันตามแต่ชนิดของธาตุอาหารที่ขาดแคลนนั้น

ไนโตรเจน มีหน้าที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีน ช่วยให้พืชมีสีเขียว เร่งการเจริญเติบโตทางใบ หากพืชขาดธาตุนี้จะแสดงอาการใบเหลือง ใบมีขนาดเล็กลง ลำต้นแคระแกร็นและให้ผลผลิตต่ำ

ฟอสฟอรัส มีหน้าที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของราก ควบคุมการออกดอก ออกผล และการสร้างเมล็ด ถ้าพืชขาดธาตุนี้ระบบรากจะไม่เจริญเติบโต ใบแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วงแล้วกลายเป็นสีน้ำตาลและหลุดร่วง ลำต้นแกร็นไม่ผลิดอกออกผล

โพแทสเซียม เป็นธาตุที่ช่วยในการสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบไปสู่ผล ช่วยให้ผลเติบโตเร็วและมีคุณภาพดี ช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานต่อโรคและแมลงบางชนิด ถ้าขาดธาตุนี้พืชจะไม่แข็งแรง ลำต้นอ่อนแอ ผลผลิตไม่เติบโต มีคุณภาพต่ำ สีไม่สวย รสชาติไม่ดี

แคลเซียม เป็นองค์ประกอบที่ช่วยในการแบ่งเซลล์ การผสมเกสร การงอกของเมล็ด พืชขาดธาตุนี้ใบที่เจริญใหม่จะหงิกงอ ตายอดไม่เจริญ อาจมีจุดดำที่เส้นใบ รากสั้น ผลแตก และมีคุณภาพไม่ดี

แมกนีเซียม เป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน วิตามิน ไขมัน และน้ำตาล ทำให้สภาพกรดด่างในเซลล์พอเหมาะและช่วยในการงอกของเมล็ด ถ้าขาดธาตุนี้ใบแก่จะเหลือง ยกเว้นเส้นใบ และใบจะร่วงหล่นเร็ว

กำมะถัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของกรดอะมิโน โปรตีน และวิตามิน ถ้าขาดธาตุนี้ทั้งใบบนและใบล่างจะมีสีเหลืองซีด และต้นอ่อนแอ

โบรอน ช่วยในการออกดอกและการผสมเกสร มีบทบาทสำคัญในการติดผลและการเคลื่อนย้ายน้ำตาลมาสู่ผล การเคลื่อนย้ายของฮอร์โมน การใช้ประโยชน์จากไนโตรเจนและการแบ่งเซลล์ ถ้าพืชขาดธาตุนี้ ตายอดจะตายแล้วเริ่มมีตาข้าง แต่ตาข้างก็จะตายอีก ลำต้นไม่ค่อยยืดตัว กิ่งและใบจึงชิดกัน ใบเล็ก หนา โค้งและเปราะ

ทองแดง ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ การหายใจ การใช้โปรตีนและแป้ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์บางชนิด ถ้าพืชขาดธาตุนี้ ตายอดจะชะงักการเจริญเติบโตและกลายเป็นสีดำ ใบอ่อนเหลือง และพืชทั้งต้นจะชะงักการเจริญเติบโต

คลอรีน มีบทบาทบางประการเกี่ยวกับฮอร์โมนในพืช ถ้าขาดธาตุนี้พืชจะเหี่ยวง่าย ใบสีซีด และบางส่วนแห้งตาย

เหล็ก ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์แสงและหายใจ ถ้าขาดธาตุนี้ใบอ่อนจะมีสีขาวซีดในขณะที่ใบแก่ยังเขียวสด

แมงกานีส ช่วยในการสังเคราะห์แสงและการทำงานของเอนไซม์บางชนิด ถ้าขาดธาตุนี้ใบอ่อนจะมีสีเหลืองในขณะที่เส้นใบยังเขียว ต่อมาใบที่มีอาการดังกล่าวจะเหี่ยวแล้วร่วงหล่น

โมลิบดินัม ช่วยให้พืชใช้ไนโตรเจนให้เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์โปรตีน ถ้าขาดธาตุนี้พืชจะมีอาการคล้ายขาดไนโตรเจน ใบมีลักษณะโค้งคล้ายถ้วย ปรากฏจุดเหลืองๆ ตามแผ่นใบ

สังกะสี ช่วยในการสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิลล์ และแป้ง ถ้าขาดธาตุนี้ใบอ่อนจะมีสีเหลืองซีดและปรากฏสีขาวๆ ประปรายตามแผ่นใบ โดยเส้นใบยังเขียว รากสั้นไม่เจริญตามปกติ

เมื่อมีการปลูกพืชลงบนดิน ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณของธาตุอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในดิน เนื่องจากในขณะที่พืชมีการเจริญเติบโต พืชจะดูดดึงธาตุอาหารในดินไปใช้และเก็บสะสมไว้ในส่วนต่างๆ ได้แก่ ใบ ลำต้น ดอก ผล จนถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำออกไปจากพื้นที่ ธาตุอาหารที่สะสมอยู่เหล่านั้นย่อมถูกนำออกไปจากพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ธาตุอาหารบางส่วนยังเกิดการสูญหายไปในรูปก๊าซ ถูกดินหรือสารประกอบในดินจับยึดไว้ บางส่วนถูกชะล้างออกไปจากบริเวณรากพืช หรือสูญเสียไปกับการชะล้างพังทลายของดิน

ดังนั้นการเพาะปลูกพืชติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน โดยไม่มีการเติมธาตุอาหารลงไปในดิน ย่อมทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง และในที่สุดดินจะกลายเป็นดินเลวปลูกพืชไม่เจริญเติบโตอีกต่อไป ในการปลูกพืชจึงต้องมีการใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงดิน ช่วยเพิ่มธาตุอาหารพืชและคงระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินไว้อยู่เสมอ

อ้างอิง: http://osl101.ldd.go.th/easysoils/s_prop_nutri01.htm

Reviews

ไม่มีความคิดเห็น

Write a review

เพิ่มเปอร์เซ็นน้ำยาง เพิ่ม CCS อ้อย ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สูตร 5-3-14 (เพอร์เฟค-พี)

เพิ่มเปอร์เซ็นน้ำยาง เพิ่ม CCS อ้อย ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สูตร 5-3-14 (เพอร์เฟค-พี)

ระเบิดหัวมันสำปะหลัง เร่งมันสำปะหลังให้ลงหัว เร่งน้ำยายางพารา เร่ง CCS หรือเร่งความหวานในอ้อย เร่งผลผลิต เร่งผลให้โต สำหรับผลไม้ และเหมาะสำหรับพืชออกผลทุกชนิด

Write a review

16 ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน :